Doctor-led Aesthetics Atelier

in Siam

CHADA (noun)
A traditional Thai headdress symbolizing elevated status, refined artistry, and exquisite craftsmanship.

“The best outcomes come from treatments guided by science and empathy.”
— World Health Organization (WHO), adapted concept

Our Partners

Our Services

Aesthetic medicine elevated—offering safe, evidence-based treatments, advanced technology, and bespoke care tailored to each individual’s anatomy and goals.

HArmonyCa™ คืออะไร? HA + CaHA | CHADA CLINIC  1 กล่อง 2 Syringes 2.5 ml HArmonyCa™ คืออะไร? HA + CaHA | CHADA CLINIC  1 กล่อง 2 Syringes 2.5 ml
Quick View
HArmonyCa™ คืออะไร? HA + CaHA | CHADA CLINIC 1 กล่อง 2 Syringes 2.5 ml
THB 49,000.00
Limit 6 per order

HArmonyCa™

ออกแบบแรงพยุงอย่างพอดี เพื่อใบหน้าที่ดูดีขึ้นโดยยังเป็นคุณ

การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตามวัยไม่ได้เกิดจากวอลลุ่มที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน ความยืดหยุ่น และแรงพยุงของเนื้อเยื่อ ดังนั้น การเติมปริมาตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทุกคน

HArmonyCa™ เป็นสารฉีดแบบไฮบริด หรือ Hybrid Injectable ที่รวม Hyaluronic Acid แบบเชื่อมขวาง หรือ Cross-linked HA เข้ากับ Calcium Hydroxyapatite Microspheres หรือ CaHA ในสูตรเดียว พร้อมส่วนประกอบของ lidocaine เพื่อช่วยลดความไม่สบายระหว่างการฉีด ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบสำหรับการเพิ่มการพยุงเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้าในชั้นที่เหมาะสม และต้องใช้โดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเท่านั้น

เป้าหมายของการรักษาจึงไม่ใช่การเติมทุกจุดให้เต็มขึ้น แต่คือการเลือกคืนแรงพยุงในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้โครงหน้าดูสมดุล มีความต่อเนื่อง และยังคงลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

HArmonyCa™ ทำงานอย่างไร?

HArmonyCa™ ทำงานผ่านองค์ประกอบหลักสองส่วน ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันและเสริมกันภายในแผนการรักษาเดียว

1. Hyaluronic Acid: เพิ่มการพยุงในระยะแรก

Cross-linked Hyaluronic Acid ทำหน้าที่เป็นเจลช่วยเพิ่มปริมาตรและการพยุงของเนื้อเยื่อในบริเวณที่แพทย์วางแผน จึงอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าและความต่อเนื่องของผิวได้ตั้งแต่ระยะแรกหลังทำ

2. Calcium Hydroxyapatite: สนับสนุนคอลลาเจนในระยะต่อมา

CaHA Microspheres มีบทบาทสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว การเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพและแรงพยุงของเนื้อเยื่อจึงค่อย ๆ พัฒนาต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังการรักษา

กล่าวได้ว่า HArmonyCa™ ไม่ใช่เพียงฟิลเลอร์ HA แบบดั้งเดิม และไม่ใช่สารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดเดี่ยว แต่เป็นสูตรไฮบริดที่แพทย์สามารถนำมาวางแผนดูแลทั้งรูปร่างใบหน้าและโครงสร้างผิว โดยการเลือกใช้ยังต้องพิจารณาจากกายวิภาคและเป้าหมายของคนไข้แต่ละราย

HArmonyCa™ มีส่วนประกอบอะไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

Cross-linked Sodium Hyaluronate 20 mg/mL ช่วยเพิ่มปริมาตร ความชุ่มชื้น และการพยุงของเนื้อเยื่อ

Synthetic Calcium Hydroxyapatite 55.7% อยู่ในรูปไมโครสเฟียร์ เพื่อสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ

Lidocaine เป็นยาชาเฉพาะที่ในสูตร เพื่อช่วยให้ระหว่างการรักษาสบายขึ้น

ตัวเลขส่วนประกอบดังกล่าวเป็นข้อมูลเชิงผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะเหมือนกันในทุกคน เพราะผลขึ้นอยู่กับชั้นที่ฉีด ตำแหน่ง ปริมาณ สภาพเนื้อเยื่อ และเทคนิคของแพทย์

HArmonyCa™ ช่วยเรื่องอะไร?

แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรม HArmonyCa™ ในผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับ

  • แก้มหรือใบหน้าส่วนกลางเริ่มขาดแรงพยุง

  • กรอบหน้าดูไม่ต่อเนื่องหรือเริ่มเปลี่ยนไปตามวัย

  • เนื้อเยื่อใบหน้าดูแบนลงจากการสูญเสียปริมาตร

  • ต้องการปรับมิติของใบหน้าโดยไม่เน้นการเติมปริมาตรมากเกินไป

  • ต้องการผลลัพธ์ที่เริ่มจากการพยุงและค่อย ๆ พัฒนาในด้านโครงสร้างผิว

  • ต้องการรักษาเอกลักษณ์เดิมของใบหน้า มากกว่าการเปลี่ยนเป็นรูปหน้าแบบสำเร็จรูป

บริเวณที่เอกสารทางการกล่าวถึงเป็นหลัก ได้แก่ แก้มและกรอบหน้า ทั้งนี้ HArmonyCa™ ไม่ได้มีข้อบ่งใช้สำหรับบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก รอบปาก หรือหว่างคิ้ว และไม่ควรฉีดเข้าไปในหลอดเลือดหรือชั้นผิวที่ตื้นเกินไป

HArmonyCa™ ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปอย่างไร?

ฟิลเลอร์ที่ประกอบด้วย Hyaluronic Acid เพียงอย่างเดียวมีบทบาทหลักด้านการเติมปริมาตร การปรับรูปทรง และการเพิ่มความชุ่มชื้นให้เนื้อเยื่อ ส่วน HArmonyCa™ มีทั้ง HA และ CaHA จึงเพิ่มมิติของการสนับสนุนคอลลาเจนเข้ามาในแผนการรักษาด้วย

อย่างไรก็ตาม HArmonyCa™ ไม่ได้ “ดีกว่า” ฟิลเลอร์ HA ทุกกรณี แต่มีวัตถุประสงค์และคุณสมบัติแตกต่างกัน บางบริเวณอาจเหมาะกับ HA ที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นมากกว่า ขณะที่บางปัญหาอาจเหมาะกับ HArmonyCa™ หรือวิธีการชนิดอื่น การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรเริ่มจากการวินิจฉัยโครงสร้าง ไม่ใช่เลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

แนวทางของ CHADA CLINIC

เริ่มจากโครงสร้างเดิม ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนซีซี

ที่ CHADA CLINIC การวางแผนโปรแกรม HArmonyCa™ เน้นการรักษาเอกลักษณ์เดิมของใบหน้า แพทย์จะประเมินใบหน้าทั้งในท่านิ่งและขณะเคลื่อนไหว ร่วมกับความหนาของผิว ปริมาตรเนื้อเยื่อ ความไม่สมมาตร จุดยึดพยุงของใบหน้า ประวัติการฉีดเดิม และตำแหน่งทางกายวิภาคที่ต้องระมัดระวัง

จากนั้นจึงออกแบบตำแหน่ง เวกเตอร์ ชั้นการฉีด และปริมาณให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะคนที่มีรูปหน้าคล้ายกันอาจต้องการแผนการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้ใบหน้าดูเหมือนคนอื่น แต่คือการทำให้โครงสร้างเดิมของคุณดูสมดุลขึ้นในแบบที่เป็นธรรมชาติ

HArmonyCa™ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไร?

ผลลัพธ์ของ HArmonyCa™ สามารถแบ่งออกเป็นสองช่วง

ระยะแรกหลังทำ
องค์ประกอบของ HA ช่วยเพิ่มการพยุงและปริมาตรในตำแหน่งที่รักษา จึงอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้ตั้งแต่ช่วงแรก

ช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
องค์ประกอบของ CaHA มีบทบาทสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผลด้านโครงสร้างผิวค่อย ๆ พัฒนาต่อเนื่อง งานศึกษาขนาดเล็กในผู้เข้าร่วม 15 คนพบการเปลี่ยนแปลงจากการประเมินเนื้อเยื่อตั้งแต่ประมาณวันที่ 60 และเด่นขึ้นในช่วงวันที่ 90–180 แต่การศึกษานี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมไม่มากและไม่มีกลุ่มควบคุม จึงไม่ควรนำผลไปใช้รับประกันกับคนไข้ทุกคน

HArmonyCa™ อยู่ได้นานแค่ไหน?

งานศึกษาหลังวางตลาดแบบ prospective open-label ในผู้ใหญ่ 140 คน ซึ่งรักษาบริเวณแก้มและในบางรายร่วมกับกรอบหน้า มีการติดตามผลต่อเนื่องถึง 12 เดือน และรายงานการตอบสนองที่ยังคงอยู่ตลอดช่วงการติดตาม อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวไม่ได้เป็นการทดลองแบบสุ่มเปรียบเทียบ และระยะเวลาของผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ ระบบเผาผลาญ ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

ดังนั้น การระบุว่าผลลัพธ์ต้องอยู่ได้เป็นระยะเวลาตายตัวจึงไม่เหมาะสม แพทย์ควรติดตามผลและประเมินความจำเป็นของการรักษาครั้งต่อไปเป็นรายบุคคล

หลังฉีด HArmonyCa™ ต้องพักฟื้นหรือไม่?

หลังการฉีดอาจพบอาการปวด บวม แดง คัน กดเจ็บ หรือมีรอยช้ำบริเวณที่รักษา โดยอาการทั่วไปมักอยู่ในระดับเล็กน้อยและค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 24–48 ชั่วโมง ส่วนอาการบวมบางรายอาจใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงจะลดลง

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV มากเกินไป รวมถึงสภาวะอากาศที่ร้อนหรือเย็นจัด เอกสารทางการยังแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 4 สัปดาห์ระหว่าง HArmonyCa™ กับหัตถการอัลตราซาวนด์ เลเซอร์ หรือการลอกผิวระดับที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่แพทย์ผู้รักษาจะประเมินเป็นอย่างอื่น

ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง HArmonyCa™?

แพทย์ต้องพิจารณาข้อห้ามและความเสี่ยงเป็นรายบุคคล โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีการติดเชื้อ การอักเสบ หรือแผลบริเวณที่จะรักษา

  • มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หรือ lidocaine

  • มีประวัติแพ้รุนแรงหรือ anaphylaxis

  • มีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติบางชนิด

  • มีแนวโน้มเกิดแผลนูนหรือมีความผิดปกติของการสมานแผล

  • อายุต่ำกว่า 18 ปี

  • มีประวัติหัตถการหรือสารฉีดเดิมในบริเวณเดียวกันที่ยังไม่สามารถประเมินชนิดและชั้นได้อย่างชัดเจน

HArmonyCa™ เป็นหัตถการทางการแพทย์และมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับสารฉีดชนิดอื่น จึงควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้า การจัดการภาวะแทรกซ้อน และมีระบบติดตามผลหลังการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HArmonyCa™

HArmonyCa™ เป็นฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน?

HArmonyCa™ เป็นสารฉีดแบบไฮบริดที่มีทั้ง Cross-linked HA และ CaHA จึงมีคุณสมบัติทั้งด้านการเพิ่มการพยุงในระยะแรกและการสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา ไม่ควรเรียกว่าเป็นเพียงฟิลเลอร์ HA หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดเดี่ยวเท่านั้น

HArmonyCa™ ใช้ฉีดใต้ตาหรือริมฝีปากได้หรือไม่?

ไม่ใช่บริเวณที่ระบุไว้สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ เอกสารทางการระบุให้หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก รอบปาก และหว่างคิ้ว การดูแลบริเวณดังกล่าวควรเลือกผลิตภัณฑ์หรือวิธีการอื่นที่เหมาะกับกายวิภาคเฉพาะจุดมากกว่า

HArmonyCa™ เหมาะกับคนอายุเท่าไร?

ไม่มีอายุที่เหมาะสมตายตัว นอกจากไม่ใช้ในผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาโครงสร้าง สภาพผิว ปริมาตรเนื้อเยื่อ และเป้าหมายของคนไข้ มากกว่าพิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว

HArmonyCa™ ต้องใช้กี่หลอด?

จำนวนที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ความแตกต่างระหว่างใบหน้าสองข้าง ระดับการสูญเสียแรงพยุง และเป้าหมายการรักษา การเริ่มจากจำนวนหลอดก่อนตรวจใบหน้าอาจทำให้แผนการรักษาไม่สอดคล้องกับกายวิภาคจริง

HArmonyCa™ ทำร่วมกับ HIFU หรือเลเซอร์ได้หรือไม่?

สามารถอยู่ในแผนการรักษาเดียวกันได้ แต่ต้องจัดลำดับและเว้นระยะอย่างเหมาะสม เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำระยะประมาณ 4 สัปดาห์ระหว่างการฉีดกับอัลตราซาวนด์ เลเซอร์ หรือการลอกผิว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องมือ พลังงาน ตำแหน่ง และดุลยพินิจของแพทย์

HArmonyCa™ ราคาเท่าไร?

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนผลิตภัณฑ์ พื้นที่รักษา ความซับซ้อนของกายวิภาค และแผนการติดตามผล การประเมินโดยแพทย์ก่อนจึงช่วยให้ทราบทั้งความเหมาะสม ปริมาณ และค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับปัญหาจริง

ให้ใบหน้าดูดีขึ้นจากโครงสร้าง ไม่ใช่จากการเติมให้มากที่สุด

นัดประเมินโปรแกรม HArmonyCa™ กับแพทย์ที่ CHADA CLINIC เพื่อวิเคราะห์โครงหน้า ชั้นเนื้อเยื่อ ประวัติหัตถการเดิม และเป้าหมายที่ต้องการอย่างละเอียด

ในบางราย HArmonyCa™ อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ขณะที่บางรายอาจเหมาะกับ HA filler วิธีการในกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบฉีด เครื่องมือยกกระชับ หรือการยังไม่ทำหัตถการใดเลย เพราะแผนการรักษาที่ดีเริ่มจากการเลือกสิ่งที่เหมาะสม—not the most, but the most appropriate.

อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

[e-voucher] สิทธิ์แลกซื้อ โปรแกรม SCULPTRA 1 กล่อง [e-voucher] สิทธิ์แลกซื้อ โปรแกรม SCULPTRA 1 กล่อง
Quick View
[e-voucher] สิทธิ์แลกซื้อ โปรแกรม SCULPTRA 1 กล่อง
THB 999.00

SCULPTRA® – Collagen Biostimulator Program
ยกกระชับผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ

Sculptra® คือโปรแกรมฟื้นฟูผิวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว (Collagen Biostimulation) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย รูปหน้าขาดมิติ หรือเริ่มมีสัญญาณของวัย

ด้วยคุณสมบัติของ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์มายาวนาน ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้ค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น และปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูสุขภาพดี

จุดเด่นของโปรแกรม
• ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว
• เพิ่มความแน่นของผิวและความยืดหยุ่น
• ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
• เหมาะสำหรับการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป (Gradual Improvement)

เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
• ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่เน้นการเติมทันที
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว

แนวทางการดูแล
ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละเคส

✨ Sculptra® – Confidence begins beneath the skin

📍 CHADA CLINIC
ดูแลโดยแพทย์ประเมินเคสอย่างละเอียดทุกเคส

[e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว [e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว
Sale
Quick View
[e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว
Sale Price: THB 24,900.00 Original Price: THB 50,000.00

Radiesse® คือโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มชนิด Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์แขวนอยู่ในเจล carrier ที่มี sodium carboxymethylcellulose เป็นส่วนประกอบหลัก กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถูกใช้ในเวชศาสตร์ความงามเพื่อช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว และเป็นหนึ่งในกลุ่ม biostimulator ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกระตุ้น fibroblast ซึ่งมีบทบาทต่อการสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิว

Radiesse® เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหา วอลุ่มผิวลดลง ร่องลึก โครงหน้าดูไม่ชัด หรือผิวมีความหย่อนคล้อยบางตำแหน่งโดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงหน้า ชั้นไขมันเดิม ความยืดหยุ่นของผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับใบหน้าและไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิมมากเกินไป

ในเอกสารกำกับของสหรัฐฯ Radiesse® มีข้อบ่งใช้สำหรับการแก้ไขร่องลึกปานกลางถึงมาก เช่น nasolabial folds, การแก้ไขสัญญาณ facial lipoatrophy ในผู้ติดเชื้อ HIV, การเสริมบริเวณหลังมือ และการแก้ไขริ้วรอยบริเวณ décolleté ในผู้ป่วยอายุ 22 ปีขึ้นไปเมื่อเจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ทั้งนี้ การสื่อสารในประเทศไทยควรอ้างอิงข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเสมอ

จุดเด่นของ Radiesse® CaHA

Radiesse® ไม่ใช่สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA แบบทั่วไป แต่เป็น CaHA biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวและส่งเสริมกระบวนการทำงานของเซลล์ผิวบางส่วนผ่าน fibroblast activity กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างส่วนประกอบของ extracellular matrix เช่น collagen และ elastin ตามที่มีการอธิบายในข้อมูลทางวิชาการของผลิตภัณฑ์และวรรณกรรมทางการแพทย์

เหมาะกับการดูแลปัญหา เช่น
• ร่องลึกหรือร่องพับที่เห็นชัดขึ้นตามวัย
• โครงหน้าเริ่มขาดความคมชัด
• วอลุ่มผิวลดลงในบางตำแหน่ง
• ผิวบริเวณที่ต้องการการประเมินเชิงโครงสร้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า คาง หรือหลังมือ
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูกลมกลืนกับผิวเดิม

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันตามบุคคล ขึ้นกับสภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า เทคนิคการฉีด ปริมาณที่ใช้ และการดูแลหลังทำ

ใครเหมาะกับโปรแกรม Radiesse®?

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเชิงโครงสร้างของใบหน้าและคุณภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมลง ร่องลึกชัดขึ้น หรือกรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แต่ยังต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับสัดส่วนใบหน้าเดิม

ก่อนทำ แพทย์ควรประเมินประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ภาวะเลือดออกง่าย ประวัติทำหัตถการเดิม และตำแหน่งที่ต้องการฉีด เนื่องจากเอกสารกำกับระบุข้อห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง ภาวะแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และภาวะเลือดออกผิดปกติ

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. ปรึกษาและประเมินใบหน้าโดยแพทย์
    แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า ชั้นผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการฉีด

  2. วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีด
    แต่ละเคสใช้ปริมาณและเทคนิคต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

  3. ทำความสะอาดและเตรียมผิวก่อนหัตถการ
    ใช้หลักปลอดเชื้อตามมาตรฐานการฉีด

  4. ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน anatomy
    การฉีดสารเติมเต็มต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า เส้นเลือด เส้นประสาท และชั้นเนื้อเยื่ออย่างละเอียด

  5. ติดตามผลและให้คำแนะนำหลังทำ
    หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณฉีดในบางราย ซึ่งเป็นอาการที่รายงานได้ในกลุ่มสารเติมเต็ม รวมถึง Radiesse®

การดูแลหลังทำ

หลังรับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น งดความร้อนจัด ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และการโดนแดดจัดในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ยังระบุให้ผู้รับบริการลดกิจกรรมหนักและลดการสัมผัสแดดหรือความร้อนบริเวณที่รักษาประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงเริ่มต้นจะดีขึ้น

ความเสี่ยงและข้อควรรู้

การฉีดสารเติมเต็มทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเข้าใจ anatomy ของบริเวณฉีด เอกสารกำกับ Radiesse® ระบุคำเตือนสำคัญว่า หากผลิตภัณฑ์เข้าสู่หลอดเลือด อาจเกิดภาวะอุดตัน การขาดเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ความผิดปกติของการมองเห็น ผิวหนังขาดเลือด หรือความเสียหายต่อโครงสร้างใต้ผิวได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ต้องเฝ้าระวังและจัดการอย่างรวดเร็ว

ไม่ควรรับบริการหาก มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด มีประวัติแพ้รุนแรง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ซึ่งแพทย์เห็นว่ายังไม่เหมาะสม

Featured Products

Telomere Length Testing
THB 8,349.00

A Scientific Insight into Your Biological Age

Telomere Length Testing is an advanced laboratory assessment that provides insight into your biological age, cellular health, and long-term aging risk—beyond what your chronological age can reveal.

Telomeres are protective DNA structures at the ends of chromosomes. As we age, telomeres naturally shorten, and accelerated shortening has been associated with chronic stress, inflammation, metabolic disorders, cardiovascular disease, and reduced cellular resilience.

At CHADA Aesthetics Clinic, telomere length testing is offered as part of a physician-led longevity and preventive health approach. The test allows our doctors to evaluate cellular aging at a molecular level and use the results to design personalized strategies for skin health, anti-aging treatments, lifestyle optimization, and long-term wellness planning.

CollaJu คืออะไร? | Atelocollagen เพื่อการฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
THB 16,900.00
Limit 6 per order

CollaJu คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Injectable Atelocollagen ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality Restoration) โดยใช้คอลลาเจนชนิด Atelocollagen ซึ่งผ่านกระบวนการกำจัดส่วน Telopeptide ออกจากโมเลกุลคอลลาเจน เพื่อลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของร่างกาย (Biocompatibility)

ต่างจากสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA Filler) ที่เน้นการเพิ่มปริมาตร หรือ Collagen Biostimulator ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ CollaJu ทำหน้าที่เป็น โครงสร้างรองรับทางชีวภาพ (Biological Scaffold) เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและคุณภาพผิวในระยะยาว ภายใต้การประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์

หมายเหตุ: ผลลัพธ์และความเหมาะสมในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

CollaJu ทำงานอย่างไร

Atelocollagen ใน CollaJu มีโครงสร้าง Triple Helix Collagen ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของคอลลาเจนตามธรรมชาติในชั้นหนังแท้ (Dermis)

เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวในตำแหน่งที่เหมาะสม จะเกิดกระบวนการดังต่อไปนี้

  • ทำหน้าที่เป็น Extracellular Matrix (ECM) Scaffold รองรับโครงสร้างผิว

  • สนับสนุนการยึดเกาะและการทำงานของเซลล์ Fibroblast

  • เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ

  • ค่อย ๆ ถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโน ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อได้

  • สนับสนุนการคงคุณภาพของผิวให้ดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นมากขึ้น

Atelocollagen คืออะไร

Atelocollagen คือคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการกำจัด Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนปลายของโมเลกุลคอลลาเจนที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

การกำจัดส่วนนี้ช่วยให้คอลลาเจนมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • ความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของร่างกายสูง (High Biocompatibility)

  • ลดโอกาสการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อเทียบกับคอลลาเจนทั่วไป

  • คงโครงสร้าง Triple Helix ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของคอลลาเจนธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้ Atelocollagen จึงได้รับการนำมาใช้ในวัสดุชีวภาพสำหรับงานศัลยกรรมตกแต่ง เวชศาสตร์ฟื้นฟู และเวชศาสตร์ความงามมาอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของ CollaJu

  • Injectable Atelocollagen พร้อมใช้งาน

  • โครงสร้างคอลลาเจนใกล้เคียงคอลลาเจนธรรมชาติ

  • ทำหน้าที่เป็น Biological Scaffold ภายในชั้นผิว

  • เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว มากกว่าการเพิ่มปริมาตร

  • สามารถใช้ร่วมกับแผนการรักษาทางเวชศาสตร์ความงามอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์

CollaJu เหมาะกับใคร

อาจเหมาะสำหรับผู้ที่

  • ต้องการดูแลคุณภาพผิว

  • มีผิวที่เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย

  • ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตร

  • มองหาแนวทางการดูแลผิวเชิงชีวภาพ (Regenerative Aesthetic Approach)

การเลือกวิธีรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

บริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาใช้

ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เช่น

  • ใบหน้า

  • ใต้ตา

  • ลำคอ

  • หลังมือ

  • บริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว

[e-voucher] โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Hyamax | พิเศษ ซื้อ 1 แถม 1
THB 12,900.00

Hyamax® Filler คือกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid หรือ HA filler จาก Laboratories Hyamed SA ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเว็บไซต์ทางการของ Hyamax ระบุว่าแบรนด์ตั้งอยู่ที่เมือง Geneva และเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Swiss HA Filler สำหรับ facial contouring และ anti-aging; กลุ่ม Hyamax® HA+ ระบุว่าเป็น monophasic dermal filler ที่ใช้ patented cross-linking technology และได้รับการรับรอง EU-MDR ส่วน Hyamax® PLUS Series ระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ HA filler ที่ได้รับการรับรอง CE

ที่ CHADA CLINIC การทำโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม Hyamax ไม่ได้เน้นเพียง “เติมให้เต็ม” แต่เน้นการประเมินโครงหน้า สัดส่วนผิว ชั้นเนื้อเยื่อ และตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับใบหน้าเดิม ลดโอกาสการเติมมากเกินไป และคงเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไป dermal filler เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูเรียบขึ้นหรือมีความอิ่มเต็มขึ้นในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ร่องแก้ม แก้ม คาง ริมฝีปาก และหลังมือในบางข้อบ่งใช้ ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่ขึ้นกับชนิดของ filler ตำแหน่งที่ฉีด โครงสร้างเนื้อเยื่อ และปัจจัยเฉพาะบุคคล

Hyamax Filler เหมาะกับปัญหาแบบไหน?

แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม Hyamax สำหรับผู้ที่ต้องการปรับมิติใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด เช่น เติมเต็มร่องแก้มหรือร่องมุมปาก ปรับคางให้ได้สัดส่วน เติมริมฝีปากให้ดูชัดขึ้น เพิ่มมิติแก้มและ midface หรือเสริมกรอบหน้าให้ดูมีโครงสร้างมากขึ้น ทั้งนี้ตำแหน่ง ปริมาณ และชนิดของผลิตภัณฑ์ควรประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

จุดเด่นของการทำโปรแกรม Hyamax ที่ CHADA CLINIC

การวางแผนที่ดีมีความสำคัญเท่ากับการเลือกผลิตภัณฑ์ แพทย์จะประเมินใบหน้าแบบองค์รวมก่อนทำ เพื่อกำหนดว่าควรเติมตำแหน่งใดก่อน ใช้ปริมาณเท่าใด และเลือกเทคนิคที่เหมาะกับสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคน เป้าหมายคือผลลัพธ์ที่ดูละมุน สมดุล และไม่แข็งหรือดูเปลี่ยนไปจนเกินธรรมชาติ

แนวทางของ CHADA CLINIC คือการรักษาแบบ doctor-led treatment โดยให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำ การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ การใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับชั้นผิว และการให้คำแนะนำหลังทำอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Hyamax

เริ่มจากการปรึกษาและวิเคราะห์ใบหน้า แพทย์จะซักประวัติ ประเมินปัญหา ตรวจตำแหน่งที่ต้องการเติม และอธิบายทางเลือกที่เหมาะสม จากนั้นจึงวางแผนปริมาณและตำแหน่งการฉีด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยทางกายวิภาค ความสมดุลของใบหน้า และความคาดหวังของผู้รับบริการ

หลังทำอาจมีอาการบวม แดง ช้ำ กดเจ็บ หรือระบมบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งมักเป็นอาการที่พบได้หลังการทำหัตถการประเภท filler อย่างไรก็ตาม filler เป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงมีความเสี่ยงที่ต้องอธิบายก่อนทำ รวมถึงความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่รุนแรง เช่น การฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดเลือดของเนื้อเยื่อ ความผิดปกติทางการมองเห็น หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ ได้

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับรุ่นของสารเติมเต็ม ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การเคลื่อนไหวของบริเวณนั้น โครงสร้างผิว และการเผาผลาญของร่างกาย โดย dermal filler บางชนิดจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมไปตามเวลา และบางรายอาจต้องทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเป็นพิเศษ?

ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด มีสิวอักเสบ ผื่น แผลเปิด ประวัติแพ้รุนแรง โรคเลือดออกง่าย หรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง ข้อมูลจาก FDA แนะนำว่าหากมีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนการทำ filler ออกไปจนกว่าภาวะดังกล่าวจะได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hyamax Filler

Hyamax Filler คืออะไร?
Hyamax เป็นกลุ่มสารเติมเต็ม HA จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้ในงานเวชศาสตร์ความงามเพื่อเติมเต็ม ปรับมิติ และช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น โดยต้องเลือกใช้ตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์และการประเมินของแพทย์

ฉีด Hyamax แล้วหน้าจะดูเป็นธรรมชาติไหม?
ความเป็นธรรมชาติขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น โครงหน้าเดิม ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ชั้นผิว และเทคนิคของแพทย์ ที่ CHADA CLINIC จะเน้นการเติมแบบพอดี ไม่เปลี่ยนใบหน้าเกินความจำเป็น

ใช้ Hyamax เติมปากได้ไหม?
แพทย์อาจพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เหมาะกับริมฝีปาก เพื่อช่วยเพิ่มความชัดของขอบปาก เติม volume หรือปรับรูปทรงริมฝีปาก ทั้งนี้ต้องประเมินเป็นรายบุคคล

Hyamax เหมาะกับคนที่ไม่เคยฉีด filler มาก่อนไหม?
สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินได้ โดยแพทย์จะเริ่มจากการวิเคราะห์โครงหน้า เป้าหมายที่ต้องการ และความเหมาะสมของปริมาณที่ใช้ เพื่อให้แผนการรักษาไม่มากเกินจำเป็น

หลังทำต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวซีดคล้ำผิดปกติ การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการทางระบบประสาท ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องดูแลเร่งด่วน

Intricate gold and burgundy mandala and floral patterns with circular shapes on a beige background.

About
our clinic

At CHADA, we believe that true aesthetics begin with understanding. Every treatment starts with a comprehensive medical assessment, thoughtful consultation, and an individualized approach—never trends or one-size-fits-all solutions.

Inspired by the elegance and craftsmanship of Thai aesthetics, CHADA offers a calm, private, and unrushed environment where clients can feel confident, informed, and genuinely cared for.

Follow us on social

Contact Us

Interested in working together? Fill out some info and we will be in touch shortly. We can’t wait to hear from you!